ถาม-ตอบ Q&A

- โรงเรียนดรุณพัฒน์สอนโดยใช้หลักสูตรอะไร?

ดรุณพัฒน์จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)

 

- เปิดสอนระดับชั้นไหนบ้าง?

ดรุณพัฒน์ได้เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมประถมศึกษา (Pre G.1) และประถมศึกษาปีที่ 1–มัธยมศึกษาปีที่ 6 (Grade 1 – Grade 12)

 

- แนวการสอนของโรงเรียนเน้นวิชาการ หรือบูรณาการ?

การเรียนการสอนของดรุณพัฒน์ จะเน้นการพัฒนาร่างกายและจิตใจ คิดเป็น มีเหตุ- ผล สามารถปฏิบัติได้ด้วยวิธีสอนหลายรูปแบบ โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมและการเล่น  เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ Learning by Doing โดยโรงเรียนไม่ได้เน้นการเรียนเฉพาะในห้องเรียน แต่จะมีกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่นทัศนศึกษาภาคเรียนละ 1 ครั้ง (ไป- กลับ)เพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง อีกทั้งยังส่งเสริมให้เด็กๆ กล้าคิดกล้าแสดงออก, มีความมั่นใจในตนเอง และส่งเสริมด้านวิชาการควบคู่กันไปด้วย

 

- โรงเรียนสอนภาษาจีน ชั้นใดบ้าง และสัปดาห์ละกี่คาบ?

การเรียนภาษาจีน เริ่มเรียนตั้งแต่ชั้น เตรียมประถมฯ (Pre G.1) –Grade 12 โดยชั้นPre G.1 เรียน 1 คาบ/สัปดาห์ชั้น G.1–G.3 เรียน  2 คาบ/สัปดาห์(ไม่คิดหน่วยกิต) ชั้น G.4–G.9 เรียน 3 คาบ/สัปดาห์ (คิด 1.5 หน่วยกิต)สำหรับชั้น G.10–G.12 ที่เลือกเรียน ศิลป์+ภาษานั้น จะเรียน ภาษาอังกฤษ+จีน โดยเรียนภาษาจีน  5 คาบ/สัปดาห์

 

- จำนวนนักเรียนต่อห้องเท่าไหร่ และมีครูประจำชั้นกี่คน?

สัดส่วนของนักเรียนต่อห้อง ของแต่ละระดับชั้น

ชั้น Pre G.1-  Grade 6  จำนวนนักเรียนไม่เกิน25  คน / ห้อง

ชั้น Grade 7–Grade 12  จำนวนนักเรียนไม่เกิน30 คน / ห้อง

สัดส่วนของครูประจำชั้นต่อห้อง ของแต่ละระดับชั้น

ชั้น Pre G.1ครูประจำชั้น  2  คน  คือ ครูไทย   2  คน  และ มีครูผู้ช่วย  1  คน

ชั้นGrade 1 -  Grade 6 ครูประจำชั้น  2  คน  คือ  ครูไทย  1  คน, ครูต่างชาติ  1  คน

ชั้น Grade 7–Grade 12 ครูประจำชั้น  2  คน  คือ  ครูไทย  1  คน, ครูต่างชาติ  1  คน

 

- จุดเด่นของโรงเรียนดรุณพัฒน์?

ประการแรก คือ ครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษเป็นเจ้าของภาษา ซึ่งมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ

ประการที่สอง คือ โรงเรียนจะเน้นให้นักเรียนได้ “เรียนรู้ผ่านการเล่น เน้นกิจกรรม สร้างสรรค์ อีกทั้งการเล่นนั้นต้อง “ เล่นให้ได้วิชา สนุกให้ได้ภาษา”

ประการที่สาม คือ จำนวนนักเรียนของดรุณพัฒน์มีสัดส่วนที่เหมาะสม ครูดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง คือ มีอัตราครูต่อนักเรียนอยู่ที่ครู 1 คน ต่อ นักเรียน 6- 7 คน

ประการที่สี่ คือ โรงเรียนใช้ High Technology เป็นสื่อช่วยในการสอนและเรียนรู้ เพราะปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร นักเรียนจำเป็นต้องก้าวให้ทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรที่จะสามารถ สืบค้น แสวงหาและแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาได้เป็นอย่างดี ในห้องเรียนทุกห้องมี Computer, Projector ครูผู้สอนสามารถใช้ PowerPoint ประกอบการสอน โดยนักเรียนจะได้เห็นสื่อที่เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว และโรงเรียนมีระบบ WiFi ที่ทุกห้องสามารถเชื่อมต่อกับ Internet เพื่อสืบค้นข้อมูลได้ทันที

ประการที่ห้า  คือ โรงเรียนใช้กระบวนการ “ The Leader in Me “ ในการปลูกฝังอุปนิสัยทั้ง 7  (7 Habits) ให้นักเรียนมีความเป็นผู้นำ มีความรับผิดชอบ, มีกิริยามารยาท, รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมไทย มีความคิดสร้างสรรค์ และกล้าคิดกล้าทำตามแบบของชาวตะวันตกด้วย เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยกับความเป็นสากลอย่างลงตัว

ประการที่หก คือ เน้นสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ปกครอง, นักเรียน และโรงเรียน เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมและสนับสนุนให้บุตรหลานมีศักยภาพด้านต่างๆ รวมทั้งรับฟังและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อให้โรงเรียน และนักเรียนพัฒนาไปพร้อมกัน โดยเราทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน คือ ครอบครัวดรุณพัฒน์

ประการที่เจ็ด คือ  สถานที่ตั้งโรงเรียนเดินทางสะดวก   อาคารและสถานที่สะอาด กว้างขวาง มีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรม และสภาพแวดล้อมร่มรื่น  สวยงาม

- สัดส่วนครูต่างชาติและครูไทย แบ่งการสอนอย่างไร, ลักษณะไหน, สอนซ้ำกันหรือเปล่า?

ครูไทยจะสอนเฉพาะวิชาที่เรียนเป็นภาษาไทย และสาระที่เกี่ยวกับวิชาสังคมไทย, ประวัติศาสตร์ไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ส่วนวิชาที่ต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษนั้นจะสอนโดยครูต่างชาติ เฉพาะนักเรียนชั้น G.1 -  G.3   จะมีครูไทยเข้าไปเป็นครูผู้ช่วยดูแลชั้นเรียน เนื่องจากนักเรียนบางคนอาจมีปัญหา ยังไม่เข้าใจสิ่งที่ครูต่างชาติสอนหรือพูด  โดยครูไทยจะช่วยในกรณีที่ครูต่างชาติต้องการให้ช่วยเท่านั้น

 

- ครูต่างชาติมาจากประเทศใดบ้าง?

ครูต่างชาติของดรุณพัฒน์เป็น NativeEnglish Speakersที่มาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ โดยต้องจบการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรีมีประสบการณ์ด้านการสอนจากในประเทศหรือภายนอกประเทศมาก่อน

 

- เปลี่ยนครูต่างชาติและครูไทยบ่อยหรือไม่?

โรงเรียนดรุณพัฒน์รับสมัครคัดเลือกครูต่างชาติและครูไทยด้วยตนเอง  ซึ่งทำให้สามารถเลือกครูที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาทำงาน และมีสัญญาการจ้างงานปีต่อปี ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องครูต่างชาติลาออกบ่อย หรือเปลี่ยนครูบ่อย เพราะส่วนใหญ่ครูต่างชาติของโรงเรียน จะมีครอบครัวเป็นคนไทยและมีบุตรหลานเรียนที่นี่ด้วย ทั้งนี้การเปลี่ยนครูอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีครูบกพร่องในหน้าที่ หรือมีความผิดร้ายแรงต้องให้ออกโดยทันที

 

- คุณสมบัติของครูไทย และครูต่างชาติ และวิธีการคัดเลือกครู?

สำหรับครูไทย:  จะต้องจบการศึกษาขั้นต่ำ ระดับปริญญาตรีทางด้านการศึกษา หรือมีความถนัดตรงตามสาขาวิชาที่สอน  โดยผ่านการสาธิตการสอน, สอบสัมภาษณ์ด้านทักษะภาษาอังกฤษและการใช้คอมพิวเตอร์  ถ้ามีประสบการณ์ในการสอนไม่ต่ำกว่า  3  ปี  จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

สำหรับครูต่างชาติ:  จบการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี  ในสาขาวิชาที่ตรงตามวิชาที่ตนเองสอน  โดยผ่านการสาธิตการสอน และสัมภาษณ์ซึ่งถ้ามีประสบการณ์การสอนในประเทศหรือต่างประเทศ  หรือมีครอบครัวในเมืองไทยจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

- เรียนหลักสูตร English Program แล้วจะเปลี่ยนไปเรียนหลักสูตรไทยได้หรือไม่?

หลักสูตร English Programก็คือหลักสูตรเดียวกันกับหลักสูตรไทย เพียงแต่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหลักสูตร สามารถเรียนต่อเนื่องได้เลย

 

- จบชั้น ป.6 ที่ดรุณพัฒน์แล้ว ส่วนมากเด็กไปเรียนต่อที่ไหน?

ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ปกครองที่มุ่งหวังให้นักเรียนไปเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาแตกต่างกัน เช่น บางคนมุ่งหวังให้บุตรหลานไปเรียนต่อโรงเรียนรัฐบาลมีชื่อ เช่น โรงเรียนโยธินบูรณะ, โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตสวนสุนันทา, โรงเรียนสวนกุหลาบ ฯลฯบางคนมุ่งหวังให้ไปเรียนโรงเรียนหลักสูตรอินเตอร์ หรือเรียนต่อที่ดรุณพัฒน์เพราะชอบเรียนภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรม

 

- จบชั้น ม.6 จากดรุณพัฒน์ สามารถ Admission เหมือนนักเรียนหลักสูตรไทยได้หรือเปล่า?

สามารถสอบ Admissiomเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลเหมือนนักเรียนหลักสูตรไทยได้ปกติ เพราะดรุณพัฒน์เป็นโรงเรียน English Program  สอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษา ซึ่งจะต้องสอบวัดความรู้ระดับต่างๆ ที่กระทรวงฯ กำหนด เช่น O- Net,  NT, GAT, PAT ฯลฯ

 

- จบชั้น ม.6 จากดรุณพัฒน์แล้ว สอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยอะไรได้บ้าง?

นักเรียนที่จบ ม.6 ของที่นี่สามารถ Entrance เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.ธรรมศาสตร์ ม.มหิดล, ม.เชียงใหม่, ม.อัสสัมชัญ, ม.รังสิต, ม.กรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งภาค International และภาคปกติ และมีบางส่วนไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งจะเลือกเรียนที่ตรงกับเป้าหมายที่ตั้งและความถนัดไว้เป็นสำคัญ

- ค่าเทอมเท่าไหร่?

เอกสารเรื่องค่าใช้จ่ายสามารถโทรติดต่อสอบถาม หรือขอรับเอกสารได้ที่ประชาสัมพันธ์โรงเรียน

 

- เด็กที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาจะเรียนได้หรือไม่  โรงเรียนมีวิธีช่วยยังไงบ้าง?

ผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรหลานเรียนที่ดรุณพัฒน์ จะได้รับการแนะนำให้เตรียมความพร้อมภาษาอังกฤษแก่บุตรหลานมาล่วงหน้า เพื่อให้ผ่านการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษของแต่ละระดับชั้น ซึ่งเมื่อผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนแล้ว โรงเรียนจะจัดคอร์ส Summer เพื่อปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษช่วงปิดเทอม และคอร์สเรียนพิเศษเสริมช่วงเย็นหลังเลิกเรียน (คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

 

- รับนักเรียนชั้น Pre G.1 และ G.1 ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ และต้องทำอย่างไรบ้าง?

รับสมัครนักเรียนชั้น Pre G.1 อายุระหว่าง 5 – 6 ขวบ และชั้น G.1 อายุระหว่าง 6 – 7 ขวบ โดยเข้ามาติดต่อกรอกใบสมัครและนำเด็กมาทดสอบข้อเขียนภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมสัมภาษณ์ผู้ปกครองโดยผู้อำนวยการหรือผู้บริหาร

 

- จะเข้ามาดูโรงเรียนวันเสาร์ – อาทิตย์ได้หรือไม่?

โรงเรียนดรุณพัฒน์สะดวกให้เข้าเยี่ยมชมเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น โดยสามารถโทรสอบถามเพื่อนัดเยี่ยมชมได้ทุกวันทำการ เวลา 8.00- 16.30 น. หรือดูรายละเอียดได้ที่www.daroonpat.ac.th และwww.facebook/daroonpat

 

- ถ้าอยากย้ายโรงเรียนมาเรียนที่ดรุณพัฒน์ ทำได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไร?

สามารถย้ายมาเรียนที่ดรุณพัฒน์ได้ ในกรณีที่ชั้นเรียนนั้นมีที่ว่าง และต้องนำเด็กมาทดสอบและสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้ปกครองโดยครูใหญ่ โดยทางโรงเรียนฯจะแจ้งผลการทดสอบ ณ วันนั้นเลย

 

- มีรถรับ – ส่ง หรือไม่ คิดค่าใช้จ่ายอย่างไร?

รถรับ- ส่งนักเรียน เป็นการให้บริการเสริม กรณีที่มีจำนวนนักเรียนมีเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในเส้นทางนั้น โดยคิดค่าใช้จ่ายตามระยะทาง ซึ่งถ้าต้องการรถรับส่ง ต้องกรอกเอกสารพร้อมเขียนแผนที่เพื่อเช็คเส้นทางการวิ่งรถและราคา

 

- ต้องการเข้า ม.1 ที่ดรุณพัฒน์ แต่มาจากหลักสูตรโรงเรียนไทย จะสามารถเรียน English Program ได้มั้ย?

เรียนได้ สำหรับนักเรียนที่จบ ป.6 หลักสูตรไทย ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป และผลการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ 4 โดยโรงเรียนมีหลักสูตรเร่งรัดเพื่อพัฒนาและปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยในปีที่ 3 เด็กสามารถเรียนร่วมกับเพื่อนหลักสูตร EP ปกติได้

- ผู้ปกครองมาส่งเด็กที่โรงเรียนเช้าที่สุดกี่โมง และ รับกลับบ้านช้าที่สุดได้กี่โมง?

สามารถมาโรงเรียนเช้าสุดได้ตั้งแต่  7.00 น. และรับกลับบ้านช้าสุดได้ไม่เกิน 17.30 น.

 

- ถ้าผู้ปกครองอยากติดต่อครูประจำชั้น ทำได้อย่างไร?

สามารถติดต่อครูประจำชั้นได้ ผ่านทาง Contact Book ที่ให้นักเรียนทุกคน และผ่านทาง Facebook ของโรงเรียน หรือของแต่ละห้อง เพื่อสะดวกในการรับ- แจ้งข่าวสาร สำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเวลา สามารถโทรติดต่อกับครูประจำชั้น หรือติดต่อผ่านประชาสัมพันธ์โรงเรียน

 

- ถ้าให้ลูกเรียน English Program แต่พ่อแม่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จะสอนการบ้านลูกอย่างไร?

ในกรณีที่มีการบ้าน พยายามให้เด็กทำการบ้านด้วยตนเอง อย่าพยายามช่วยทำหรือบอกคำตอบ ถ้าเด็กๆ ทำไม่ได้ให้นำกลับมาให้คุณครูผู้สอนอธิบายหรือช่วยในเรื่องการบ้าน ขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลเรื่องความรับผิดชอบต่างๆ และทำการบ้านให้ครบ, และโรงเรียนมีคอร์สเรียนพิเศษตอนเย็น คือ Home work สำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องทำการบ้าน เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองที่สอนการบ้านไม่ได้ และช่วยให้เด็กใช้เวลาระหว่างรอผู้ปกครองมารับทำการบ้าน หรือ กรณีที่ทำไม่เสร็จ สามารถทำการบ้านที่เหลือด้วยตนเองที่บ้านได้

 

- โรงเรียนมีระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง?

โรงเรียนเน้นในเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนมากเป็นพิเศษ ภายในบริเวณโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดครอบคลุมทั่วบริเวณโรงเรียน ในห้องเรียน และห้องปฏิบัติการ เพื่อคอยดูแลนักเรียนตลอดเวลา โดยเวลาปกติจะไม่เปิดประตูให้บุคคลภายนอกเข้ามา หรือหากมีผู้มาติดต่อโรงเรียน จำเป็นที่จะต้องแลกบัตรผ่านที่บริเวณป้อมยามก่อน จึงจะสามารถเข้ามาได้ รวมทั้งเวลามารับก็จะให้ผู้ปกครองมาเซ็นชื่อรับก่อนที่จะให้น้องกลับบ้าน (นักเรียน Pre G.1 – G.3) และสำหรับน้องที่กลับรถโรงเรียนก็จะมีเจ้าหน้าที่นั่งรถไปกับน้องด้วยทุกครั้ง ทั้งไปรับและมาส่ง

 

- อาหารและอาหารว่างเป็นอย่างไร หากนักเรียนเล็กๆ ไม่ยอมทานอาหาร คุณครูมีวิธีดูแลอย่างไร?

อาหารกลางวันจะจัดเป็นอาหารไทย 2 ชนิด และอาหารต่างชาติ 1 ชนิด พร้อมข้าวและผลไม้ สำหรับอาหารว่างทั้งสองมื้อ จะเป็นเบเกอรี่, นม, ขนมไทย และน้ำหวาน ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันไป สำหรับนักเรียนที่ไม่ทานข้าวกลางวัน ครูประจำชั้นจะพยายามชักชวน และคอยให้แรงเสริมเพื่อให้น้องทาน และคอยดูแลจนกว่าจะทานหมด

 

- มีการบ้านเยอะหรือไม่  ในกรณีผู้ปกครองไม่มีเวลาสอนการบ้านจะทำอย่างไร?

การบ้านมีตามปกติของแต่ละชั้น โดยขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลให้เด็กๆ ทำการบ้านให้เสร็จ สำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเวลา โรงเรียนฯ ได้จัดคอร์สเรียนพิเศษเสริมตอนเย็นในวิชา Home work เพื่อช่วยให้เด็กๆ สามารถทำการบ้านได้โดยมีคุณครูคอยอธิบาย เพื่อให้นักเรียนสามารถทำการบ้านได้ด้วยตนเอง

 

- การลงโทษนักเรียนของที่นี่ เป็นอย่างไร?

  1. ลงโทษด้วยวิธีตักเตือนเป็นคำพูด
  2. ลงโทษตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อเด็กกระทำผิดหลายครั้ง และหักคะแนนความประพฤติ
  3. แจ้งผู้ปกครองเพื่อเรียกคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น (มีพฤติกรรมต่อเนื่อง)และบันทึกรับทราบ

 

- วิชาพละ เรียนเกี่ยวกับกีฬาอะไรบ้าง?

ชั้น Pre G.1 – G.3 เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยใช้อุปกรณ์และไม่ใช้อุปกรณ์ และเรียนกีฬาว่ายน้ำ  ชั้น G.4–G.6 เรียนรู้ทักษะกีฬาพื้นฐานแต่ละชนิด เช่น แบตมินตัน บาสเก็ตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล แชร์บอล ปิงปอง ฟุตซอล  ชั้น G.7 – G.12 เรียนทักษะกีฬาชั้นสูง กฎกติกา การแข่งขัน การตัดสินกีฬาประเภทต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายให้มีความแข็งแรง และเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักประโยชน์ของการออกกำลังกาย มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้- ชนะ รู้อภัย บางครั้งเป็นการเล่นเกมฝึกนักเรียนให้เล่นกีฬาเป็น และดูเป็นคือมีมารยาทในการดูกีฬาด้วย และที่สำคัญคือ การรู้จักทำงานเป็นทีม

 

- โรงเรียนมีกิจกรรมเสริมทักษะหลังเลิกเรียนอะไรบ้าง?

มีกิจกรรมเสริมทักษะด้าน ศิลปะ, ดนตรี (ขิม, Ukulele,เปียโน, HipHop, ดนตรีสากล) กีฬา (ว่ายน้ำ, เทควันโด, ยิมนาสติก) นาฏศิลป์ (รำไทย, บัลเล่ย์) คอมพิวเตอร์ และภาษาจีน เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ และค้นหาความสามารถพิเศษตนเอง เพื่อพัฒนาให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น กรุณาสอบถามค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ที่ห้องประชาสัมพันธ์

 

- มีสอนพิเศษหลังเลิกเรียนไหม, วิชาอะไรบ้าง และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

มีคอร์สพิเศษหลังเลิกเรียนมากกว่า 20 คอร์ส โดยจะแบ่งเป็นวิชาพื้นฐานที่เด็กเรียนอ่อนในชั้นเรียน ต้องเรียนเสริม โดย โดยคุณครูผู้สอนจะเป็นผู้ประเมินเด็ก และส่งรายชื่อให้ฝ่ายวิชาการแจ้งผู้ปกครอง และมีคอร์สกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และค้นหาความสามารถพิเศษและสิ่งที่ตนเองชอบและสนใจ เช่น ศิลปะดนตรี, นาฏศิลป์, ภาษาจีน, คณิตคิดเร็ว, ว่ายน้ำ, เทควันโด, บัลเล่ต์, ยิมนาสติกลีลา, ไวโอลีน, เปียโน, Ukulele

- เรียน English Program กับดรุณพัฒน์จบแล้ว ความสามารถด้านภาษาอังกฤษอยู่ในระดับไหน?

ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของเด็กระหว่างที่เรียนอยู่ที่ดรุณพัฒน์นั้น ระดับชั้น ป.3 สามารถเขียนเรียงความภาษาอังกฤษฉบับสั้นได้แล้ว ซึ่งเด็กที่จบ ป.6 สามารถ ฟัง, พูด, อ่าน และเขียนได้ โดยโรงเรียนฯ มีการวัดความสามารถทางการใช้ภาษาของนักเรียนระดับชั้น ป.4 – ป.6 ด้วยข้อสอบมาตรฐานสากล (Cambridge ESOL Examination) เพื่อวัดระดับความสามารถของเด็กและนำผลที่ได้มาปรับปรุงในงานด้านวิชาการให้มีประสิทธิภาพขึ้น  ในระดับ G.4– G.6 จะเน้นทักษะการเขียนเรียงความขั้นสูงมากขึ้น เพื่อเตรียมตัวในการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นต่อไป

 

- หนังสือเรียนของดรุณพัฒน์ ใช้ของประเทศอะไร?

เนื่องจากดรุณพัฒน์ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2551 ในการสอน ดังนั้นการเลือกหนังสือต่างประเทศจึงจำเป็นต้องเลือกเนื้อหา ให้มีความใกล้เคียงกับเนื้อหาของกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุด หนังสือที่เราเลือกใช้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือจากประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากคำศัพท์และภาษาที่ใช้ไม่ยากจนเกินไป เพราะประเทศสิงคโปร์มีคุณภาพการศึกษาอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก จึงเชื่อว่าตำราของสิงคโปร์เป็นตำราที่มีคุณภาพดี

 

 ผลงานทางด้านวิชาการของดรุณพัฒน์มีอะไรบ้าง?

  1. รางวัลผล O- net เหรียญทองระดับชั้น ป.6  ประจำปีการศึกษา 2552
  2. รางวัลผล O- net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.3 ประจำปีการศึกษา 2552
  3. รางวัลผล O- net เหรียญเงิน ระดับชั้น ป.6 ประจำปีการศึกษา 2553
  4. รางวัลผล O- net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.3 ประจำปีการศึกษา 2553
  5. รางวัลผล O- net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.6 ประจำปีการศึกษา 2553
  6. รางวัลผล O- net เหรียญเงิน ระดับชั้น ป.6  ประจำปีการศึกษา 2555
  7. รางวัลผล O- net เหรียญเงิน ระดับชั้น ม.3 ประจำปีการศึกษา 2555
  8. รางวัลผล O- net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ป.6 ประจำปีการศึกษา 2556
  9. รางวัลผล O- net เหรียญเงิน ระดับชั้น ป.6  ประจำปีการศึกษา 2557
  10. รางวัลผล O- net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.3 ประจำปีการศึกษา 2557
  11. รางวัลผล O- net เหรียญทอง ระดับชั้น ป.6 ประจำปีการศึกษา 2558
  12. รางวัลผล O- net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.3 ประจำปีการศึกษา 2558
  13. รางวัลแข่งขันทางวิชาการ ซึ่งได้รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง, สอง และสาม เช่น แข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษคณิตศาสตร์, กล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ, เล่านิทานภาษาไทย, ร้องเพลงภาษาจีน และอื่นๆ อีกมากมาย

 

- ถ้าเด็กเรียนดี แล้วต้องการเรียนเพิ่มเติม ฝ่ายวิชาการสนับสนุนอย่างไร?

ฝ่ายวิชาการจัดสอนเสริมสำหรับนักเรียนที่เรียนดี ใน 3 วิชาหลักเช่นกัน รายละเอียดติดต่อกับฝ่ายวิชาการ

 

- ถ้าเด็กเรียนไม่เก่ง หรืออ่อนวิชาพื้นฐาน ฝ่ายวิชาการมีวิธีแก้ไขอย่างไร?

ฝ่ายวิชาการจะให้ครูผู้สอนและครูประจำชั้นประเมินเด็กแต่ละคนว่าอ่อนวิชาอะไร เพื่อแจ้งให้ผู้ปกครองทราบและขอความร่วมมือให้เด็กเรียนเสริมในวิชาที่อ่อนเพื่อปรับพื้นฐานและสอนเสริมในกรณีที่เด็กไม่เข้าใจบทเรียนในชั่วโมง และเน้นให้ดูแลเอาใจใส่เด็กเป็นกรณีพิเศษ โดยปกติจะจัดสอนเสริมใน 3 วิชาหลัก คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย